Web Analytics Made Easy - StatCounter

เอชไอวีกับการรักษา

ถึงแม้ว่ายังไม่มีการรักษาเชื้อเอชไอวีให้หายขาด แต่การรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบันก็สามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้ และการใช้ยาร่วมกันทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตยาวขึ้น และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นเมื่อเราเทียบกับเมื่อก่อน ดังนั้นผู้ที่ติดเชื้อ HIV ควรเข้ารับ การรักษา โดยปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา ก่อนที่เชื้อ HIV จะทำลายระบบภูมิคุ้มกันโดยการทำลายเซลล์ CD4 เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอก็จะเกิดการติดเชื้อฉวยโอกาส ที่เราเรียกว่า โรคเอดส์ โดยการรักษาโดยการให้ยาต้านไวรัสเป็นเพียงหยุดหรือทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวลดลง และจะทำให้ไวรัสไม่ลุกลาม

ผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี

ควรเข้ารับการตรวจหาปริมาณ CD4 ทุก ๆ 3-6 เดือน และรับประทานยารักษาอย่างถูกต้องต่อเนื่อง

อาการเอดส์

การรักษา

  • ผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี ควรต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกียวกับ โรคเอชไอวี โรคเอดส์ และโรคติดต่ออื่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และการติดเชื้อฉวยโอกาส
  • ศึกษาเพิ่มเติมเกียวกับตัวยา การทานยาการดื้อยา ผลข้างเคียงของยา
  • เมื่อเริ่มการรักษา ผู้ป่วยต้องมั่นใจว่า สามารถทานยาได้ทุกวันและตรงเวลา เพราะการขาดยาแม้เพียงมื้อใดมื้อหนึ่ง ก็จะทำให้ระดับยาในเลือดลดลงซึ่งทำให้เชื้อดื้อยาได้
  • นอกเหนือจากการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์แล้ว ผู้ดูแลควรใส่ใจจัดเตรียมในเรื่องอาหารเป็นพิเศษ โดยเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงในปริมาณที่เหมาะสม

การดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของการรักษา มีการป้องกันตัวเอง ไม่รับเชื้อเพิ่ม ทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือว่าการใช้เข็มฉีดยา

ข้อควรจำ เกียวกับการรักษาเอชไอวี

  • HIV เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ การยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อ HIV จะทำให้หยุดหรือชะลอการดำเนินของโรคเอดส์
  • HIV และ AIDS ไม่เหมือนกัน
  • จำนวนเชื้อเอชไอวีที่อยู่ในเลือด (ไวรัลโหลด)ไม่สามารถตรวจพบได้ (Undetectable) นั่นหมายความว่าปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดมีอยู่ต่ำมากทำให้การตรวจสอบหาไวรัลโหลดไม่สามารถตรวจจับได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายแล้ว
  • ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และต้องไม่ลืมกินยาเด็ดขาด
  • การรักษาที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทำให้รักษาได้ยาก