U=U ไม่เจอเท่ากับไม่แพร่

U=U ย่อมาจาก Undetectable = Untransmissable คือผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี แต่มีวินัยในการทานยาต้านไวรัสและดูแลตัวเองอย่างดี จนทำให้ไวรัสเอชไอวีในเลือดมีปริมาณน้อยมากหรือตรวจแทบจะไม่เจอแล้ว​

ส่งผลให้ไม่เกิดการส่งต่อของเชื้อให้กับผู้อื่น ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากจะมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป แล้วยังไม่สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น​

ในการประชุมปีถัดมาที่กรุงอัมสเตอร์ดัมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 มีการนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการ PARTNER 2​

ซึ่งแยกดูเฉพาะคู่ชายกับชายที่มีผลเลือดต่าง 972 คู่ โดยมีการเก็บข้อมูลจำนวนครั้งที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย และไม่มีการใช้ยาป้องกันก่อน และหลังการสัมผัสเชื้อ และคู่นอนที่ติดเชื้อยังมีปริมาณไวรัส​

ในเลือดน้อยกว่า 200 copies ต่อซีซีของเลือด (ตรวจไม่เจอ) พบว่าแม้จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย รวมแล้ว 76,991 ครั้ง (เฉลี่ยปีละ 43 ครั้งต่อคน) ไม่พบมีใครติดเชื้อแม้เพียงรายเดียว (ผู้รายงานพูดว่าพยายามหาเท่าไรก็หาไม่เจอ!)

โดยสรุป ถ้าติดเชื้อและกินยาจนตรวจไม่เจอเชื้อในเลือดแล้ว

คนๆนั้นไม่เป็นอันตรายกับใคร แม้จะมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนของเขาโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยก็ตาม เรียกว่า ไม่เจอเท่ากับไม่แพร่ (U=U) เป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมควรรู้

​เพื่อลดการตีตราและรังเกียจผู้ติดเชื้อ คนที่อาจมีเชื้ออยู่แล้วจะได้กล้าไปตรวจ คนที่ตรวจเจอจะได้กล้าไปรักษาและรักษาให้ดีจะได้ไม่ส่งต่อเชื้อให้ใคร เอดส์ก็จะยุติได้ในประเทศนี้และโลกนี้

​ขอบคุณข้อมูล จาก ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย 8 สิงหาคม 2561

ตรวจไม่เจอ เป็นเพราะอะไร?

การที่จะสามารถแพร่เชื้อเอชไอวีได้นั้น จะต้องมีปริมาณของเชื้อไวรัสมากพอสมควร คือ ต้องมีปริมาณไวรัสในเลือดตั้งแต่ 200 – 1,000 copies/ซีซีของเลือด จึงจะสามารถแพร่เชื้อได้  กรณีที่จะตรวจไม่พบเชื้อเอชไอวี มีดังนี้

1. กรณีตรวจเอชไอวี ไม่พบเชื้อ เพราะตรวจเร็วเกินไป ผู้ที่ได้รับความเสี่ยงมา บางบุคคลอาจจะใจร้อน รีบตรวจเกินไป ซึ่งการตรวจเอชไอวีที่ดีนั้น จะมีระยะเวลา และวิธีที่เหมาะสม และเวลาที่ได้รับความเสี่ยงมา โดยประมาณ 1 เดือนหลังจากได้รับความเสี่ยง ถึงจะค่อนข้างน่าเชื่อถือ สำหรับการตรวจรอบแรก การตรวจเอชไอวีรอบแรกหากตรวจไม่พบ ก็ควรจะตรวจซ้ำอีกครั้งที่ทุกๆ 30 วัน เป็นเวลา 3 เดือน หากไม่พบเชื้อถึงจะสามารถปิดเคสได้
2. กรณีตรวจเอชไอวี ไม่พบเชื้อ เนื่องจากรับประทานยาต้านไวรัส ผู้ที่รับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ในทุกๆ วัน มานานกว่า 6 เดือนขึ้นไป อาจจะตรวจไม่เจอเชื้อ (undetectable) เพราะปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวีในเลือดต่ำกว่า 50 coppies / ซีซีของเลือด ซึ่งมีปริมาณน้อยจนตรวจไม่พบ และไม่แพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้

สรุปเรื่อง U=U ไม่เจอเท่ากับไม่แพร่

  • ผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสเป็นอย่างดีจนตรวจไม่เจอเชื้อไวรัสในเลือดแล้ว(มีปริมาณเชื้อ #HIV น้อยกว่า 40-50ก็อปปี้ต่อ 1CC ของเลือด)
  • ผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสเป็นอย่างดีจนตรวจไม่เจอเชื้อไวรัสในเลือด จะไม่แพร่เชื้อให้กับใครได้
  • ผู้ที่ตรวจพบเชื้อแล้วเข้าสู่กระบวนการรักษา เร็วเท่าไหร่ ดีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม U=U ไม่ได้หมายความว่าผู้ติดเชื้อ HIV จะไม่ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม ไวรัสตับอักเสบบี หรือไวรัสตับอักเสบซี ดังนั้น ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ