การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน โดยเฉพาะการไม่ใช้ถุงยางอนามัย อาจทำให้เกิดการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ (STI) ได้โดยไม่รู้ตัว โรคเหล่านี้ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจ ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตโดยรวม หากไม่ตรวจพบ และรับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้
โรคฮิตที่ติดมากับเซ็กส์
การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน โดยเฉพาะการไม่สวมถุงยางอนามัย สามารถนำไปสู่การติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด มีดังนี้
โรคซิฟิลิส (Syphilis)
โรคซิฟิลิสเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum เป็นโรคที่มีระยะการดำเนินที่ซับซ้อน และอาจไม่มีอาการในช่วงแรก
อาการ
- แผลริมแข็งที่อวัยวะเพศ
- ผื่นแดงตามตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
- มีไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต
การรักษา ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน โดยต้องได้รับการตรวจติดตามซ้ำทุก 3 เดือน เพราะเชื้ออาจหลบซ่อนอยู่ในร่างกายได้โดยไม่แสดงอาการ
โรคหนองในแท้ (Gonorrhea)
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ซึ่งสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก
อาการ
- ในผู้ชาย: ปัสสาวะแสบ มีมูกใสหรือหนองสีเหลือง-ขาวออกจากปลายอวัยวะเพศ
- ในผู้หญิง: ตกขาวผิดปกติ ประจำเดือนคลาดเคลื่อน เจ็บท้องน้อย
การรักษา: ยาปฏิชีวนะเฉพาะทางตามแนวทางของแพทย์
โรคหนองในเทียม (Chlamydia)
เกิดจากแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน
อาการ
- อาการคล้ายหนองในแท้แต่เบากว่า
- ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรืออาจมีตกขาว ปัสสาวะแสบ คัน
ความอันตราย หากไม่รักษา อาจนำไปสู่การอักเสบของอวัยวะสืบพันธุ์ ภาวะมีบุตรยาก หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
การรักษา ยาปฏิชีวนะเช่น Doxycycline หรือ Azithromycin รับประทานต่อเนื่อง 7–14 วัน
โรคเริมที่อวัยวะเพศ (Genital Herpes)
โรคเริมเกิดจากไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) แบ่งเป็น HSV-1 และ HSV-2
อาการ
- ตุ่มน้ำใสที่อวัยวะเพศหรือปาก เมื่อแตกจะกลายเป็นแผลเจ็บ
- คัน ปวดแสบ บวมแดงบริเวณแผล
ข้อควรระวัง เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อาจกลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ
การรักษา ยาต้านไวรัสเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อ และลดระยะเวลาของอาการ
เอชไอวี (HIV)
เกิดจากเชื้อ Human Immunodeficiency Virus ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงจนเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส
สิ่งที่ควรรู้
- ในระยะแรกอาจไม่มีอาการใด ๆ
- ทราบสถานะได้จากการตรวจเลือดเท่านั้น
การรักษา ยาต้านไวรัส (ART) ช่วยลดปริมาณไวรัสให้ต่ำจนตรวจไม่พบ (Undetectable) และไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อต่อไปได้ (U=U)
โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts)
เกิดจากการติดเชื้อ HPV – Human Papillomavirus ชนิดความเสี่ยงต่ำ ซึ่งทำให้เกิดหูดที่ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
อาการ
- หูดขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายหงอนไก่
- คัน ตกขาวผิดปกติ อาจมีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์
ความเสี่ยง อาจกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก หรือมะเร็งลำคอในระยะยาว
การป้องกัน การฉีดวัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงได้สูง
โรคแผลริมอ่อน (Chancroid)
เกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi ที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์
อาการ
- เป็นแผลพุพองที่อวัยวะเพศ มีหนอง และเลือดคั่ง
- เจ็บปวดบริเวณต่อมน้ำเหลืองขาหนีบ
การรักษา ใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์
โรคโลน (Pubic Lice)
โลนคือแมลงขนาดเล็กที่คล้ายเหา แต่อาศัยอยู่บริเวณอวัยวะเพศ รักแร้ คิ้ว และขนบริเวณต่าง ๆ
อาการ
- คันรุนแรงโดยเฉพาะตอนกลางคืน
- ผงสีดำที่ชุดชั้นใน หรือจุดเลือดจากรอยกัด
การรักษา ยากำจัดแมลงจากร้านขายยา และทำความสะอาดเครื่องนอนอย่างสม่ำเสมอ

ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แม้ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดจะสามารถรักษาให้หายได้ แต่การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อตั้งแต่แรกคือวิธีที่ดีที่สุด เพราะไม่เพียงลดความเสี่ยงต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังช่วยรักษาความสัมพันธ์ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้อีกด้วย
ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
การใช้ ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ และถูกวิธี คือแนวป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ เช่น เอชไอวี, โรคซิฟิลิส, โรคหนองในแท้/เทียม, โรคเริม, โรคติดเชื้อเอชพีวี และอีกมากมาย
- เลือกใช้ถุงยางอนามัยที่ได้มาตรฐาน มีวันหมดอายุชัดเจน
- ใช้ถุงยางใหม่ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนคู่นอนหรืออวัยวะ (ช่องปาก → ช่องคลอด → ทวารหนัก)
- ใช้เจลหล่อลื่นสูตรน้ำร่วมด้วย เพื่อลดการฉีกขาดของถุงยาง
หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยโดยไม่ตรวจสุขภาพร่วมกัน
การมีคู่นอนหลายคนเพิ่มโอกาสในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แม้ไม่มีอาการใด ๆ ก็สามารถแพร่เชื้อได้ หากคุณหรือคู่นอนมีประวัติความเสี่ยง
- ควรตรวจสุขภาพทางเพศร่วมกันก่อนมีเพศสัมพันธ์
- สื่อสารกันอย่างเปิดใจเรื่องการใช้ถุงยาง และประวัติการตรวจโรค
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หากยังไม่มั่นใจในสถานะสุขภาพของทั้งสองฝ่าย
ตรวจหาโรคทางเพศสัมพันธ์ทุก 3–6 เดือน
การ ตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ คือการรับผิดชอบต่อตัวเอง และคู่นอนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น
- ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)
- ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
- ผู้ใช้แอปหาคู่ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ
โรคที่ควรตรวจเป็นประจำ
- HIV
- ซิฟิลิส
- หนองในแท้/เทียม
- เริมที่อวัยวะเพศ
- HPV
- ไวรัสตับอักเสบบี และซี
ข้อดี ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ลดการแพร่กระจาย และป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
หากมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที
อาการบางอย่าง เช่น ตกขาวผิดปกติ เจ็บปัสสาวะ แผลที่อวัยวะเพศ คัน หรือผื่นขึ้น อาจเป็นสัญญาณของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แม้อาการจะดูเล็กน้อย แต่หากละเลย อาจลุกลาม และส่งผลต่ออวัยวะภายใน หรือความสามารถในการมีบุตรในอนาคต
- ห้ามวินิจฉัยด้วยตนเองหรือซื้อยามากินเอง
- รีบพบแพทย์เฉพาะทาง หรือคลินิกสุขภาพทางเพศใกล้บ้าน
- แจ้งคู่นอนให้ไปตรวจพร้อมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
อ่านบทความที่น่าสนใจ
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบ และเข้ารับการรักษาแต่เนิ่น ๆ การใช้ถุงยาง ตรวจสุขภาพทางเพศ และสื่อสารอย่างเปิดใจกับคู่นอน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเหล่านี้ เพราะเซ็กส์ที่ดี ควรเริ่มจากความปลอดภัย
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Sexually Transmitted Infections (STIs). Overview, prevention, and treatment of common STIs.
[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/sti/index.html - World Health Organization (WHO). Sexually transmitted infections (STIs): Key facts. Updated guidelines and global STI statistics.
[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sexually-transmitted-infections-(stis) - กระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย. เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในประเทศไทย.
[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=30 - มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย. ข้อมูลการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการดูแลกลุ่มเปราะบาง.
[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.facebook.com/p/มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย-TNAF-100069945062929 - UNAIDS. HIV and other sexually transmitted infections: Global snapshot and response strategies.
[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.unaids.org/en/resources/fact-sheet